fbpx

แพ็กเกจทัวร์ : สกีอูลูดัก ชานัคคาเล ปามุคคาเล คัปปาโดเกีย อิสตันบูล 9 วัน 6 คืน เริ่ม 49,990 บาท/ท่าน (รวมตั๋วเครื่องบิน)

฿49,990

ร้านค้า : ChillTravel

แพ็กเกจทัวร์ : สกีอูลูดัก ชานัคคาเล ปามุคคาเล คัปปาโดเกีย อิสตันบูล 9 วัน 6 คืน

เริ่ม 49,990 บาท/ท่าน

  • เดินทาง ธันวาคม 2565 – มกราคม 2566
  • ตะลุยหิมะลานสกีรีสอร์ทอูลูดัก
  • เที่ยวดินแดนแห่งเทพนิยาย
  • ตำนานไม้เลื่องแห่งเมืองทรอย
  • พิเศษ !! รวมค่าขึ้นเคเบิ้ลคาร์
  • พักโรงแรมสไตล์ถ้ำ 1 คืน
  • ชมการแสดง Belly Dance
  • BBQ เตาถ่าน
หรือโทรเลย คุยกับแอดมิน
Compare

แพ็กเกจทัวร์ : สกีอูลูดัก ชานัคคาเล ปามุคคาเล คัปปาโดเกีย อิสตันบูล 9 วัน 6 คืน เริ่ม 49,990 บาท/ท่าน (รวมตั๋วเครื่องบิน)

ราคาและการเดินทาง

วันเดินทางราคาทัวร์/ท่าน
พักห้องละ 2-3 ท่าน
ราคาทัวร์เด็ก/ท่าน
(อายุไม่เกิน 12 ปี)
ราคาทัวร์ไม่รวม
ตั๋วเครื่องบิน
ราคา
ห้องพักเดี่ยว
24 ธ.ค. – 01 ม.ค. 2566
TK069 BKK-IST 23.30-06.10
TK068 IST-BKK 01.55-15.00
49,99049,99029,99011,000
26 ธ.ค. – 03 ม.ค. 2566 TK065 BKK-IST 22.55-05.45
TK064 IST-BKK 20.55-10.10+1
49,99049,99029,99011,000

อัตราค่าบริการสำหรับ เด็กอายุไม่เกิน 2 ปี ณ วันเดินทางกลับ (Infant) ท่านละ 15,000 บาท
* อัตรานี้ไม่รวมค่าทิปคนขับรถ มัคคุเทศก์ท้องถิ่น และ หัวหน้าทัวร์ ท่านะละ 2,800 บาท/ท่าน*
**เนื่องจากตั๋วโดยสารเป็นตั๋วกรุ๊ป (หมู่คณะ) ไม่สามารถอัพเกรดที่นั่ง รีฟันด์ และเลื่อนการเดินทาง**
อัตราค่าบริการข้างต้น คำนวณจากภาษีน้ำมัน ณ วันที่ 24 สิงหาคม 2565
ในกรณีที่มีการประกาศปรับราคาภาษีน้ำขึ้นจากทางสายการบิน ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการเก็บค่าบริการเพิ่มเติม


Day 1 :  สนามบินสุวรรณภูมิ

20.00 น.  นัดหมายพร้อมกันที่ สนามบินสุวรรณภูมิ (โดยมีป้ายต้อนรับและมีเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวกพร้อมแนะนำข้อมูลในการเดินทางให้แก่ท่าน)

23.30 น.  นำท่านออกเดินทางสู่ สนามบินอิสตันบูล ประเทศตุรกี  (บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 9 ชั่วโมง 50 นาที


Day 2 :  สนามบินสุวรรณภูมิ – สนามบินอิสตันบูล – เมืองอิสตันบูล – ฮิปโปโดรม – สุเหร่าสีน้ำเงิน – เซนต์โซเฟีย – เมืองบูร์ซา – สุเหร่าสีเขียว – สุสานสีเขียว – สุเหร่าใหญ่อูลูคามิ – ตลาดผ้าไหม

06.10 น.  เดินทางถึง สนามบินอิสตันบูล ประเทศตุรกี หลังจากนั้นนำท่านผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมือง รับสัมภาระ (เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 4 ชั่วโมง)

นำท่านเดินทางสู่ เมืองอิสตันบูล (Istanbul) เป็นเมืองที่มีความสำคัญที่สุดของประเทศตุรกี มีประวัติศาสตร์ยาวนานหลายศตวรรษตั้งแต่ก่อนคริสตกาล มีทำเลที่ตั้งอยู่บริเวณช่องแคบบอสฟอรัส ซึ่งทำให้อิสตันบูลเป็นเมืองสำคัญเพียงเมืองเดียวในโลก ที่ตั้งอยู่ใน 2 ทวีป คือ ทวีปยุโรป (ฝั่ง Thrace ของบอสฟอรัส) และทวีปเอเชีย (ฝั่งอนาโตเลีย) สถาปัตยกรรมอันงดงามผสมผสานทั้ง 2 ทวีป ทำให้เมืองอิสตันบูลมีความสวยงามเป็นเอกลักษณ์พิเศษ อีกทั้งพื้นที่ประวัติศาสตร์แห่งอิสตันบูล ฝั่งทวีปยุโรป ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกโดยองค์การสหประชาชาติ หรือ ยูเนสโก เมื่อปี ค.ค. 1986

นำท่านถ่ายภาพเป็นที่ระลึกกับ ฮิปโปโดรม (Hippodrome) คือสิ่งก่อสร้างจากสมัยกรีกซึ่งใช้เป็นสนามแข่งม้า และการแข่งขันขับรถศึก (Chariot Racing) โดยคำว่า ฮิปโปส และ โดรโมส ปัจจุบันถูกนำไปใช้ในภาษาฝรั่งเศสด้วย หมายถึงการแข่งขันม้าใจกลางเมืองมอสโคว์ (Central Moscow Hippodrome) น่าเสียดายที่เหลือแต่ซากปรักหักพังของฮิปโปโดรมของกรุงคอนสแตนดิโนเบิลในอดีต หรือ อิสตันบูลในปัจจุบัน แม้จะยิ่งใหญ่และเก่าแก่ในสมัยโบราณสร้างขึ้นระหว่างปี ค.ศ. 203 – 330 แต่ปัจจุบันเหลือเพียง เสา 3 ต้น คือ เสาคอนสแตนตินที่ 7 (Column of Constantine VII) สร้างเมื่อไหร่ไม่มีใครทราบ แต่บูรณะเมื่อศตวรรษที่ 10 เสาต้นที่ 2 คือ เสางู ที่เชื่อว่าสร้างก่อนคริสตกาลมา 479 ปี เป็นรูปสลักงู 3 ตัวพันกัน จากเมืองเดลฟิ (Delphi) แล้วถูกขนย้ายมา

ตั้งที่นี่เมื่อ ศตวรรษที่ 4 ปัจจุบันเหลือเพียงครึ่งต้น และเสาต้นสุดท้ายคือ เสา อียิปต์ หรือเสาโอเบลิสก์ (Obelisk of Thutmose)  สร้างในช่วงก่อนคริสตกาลประมาณ 390 ปี มีรากศัพท์มาจากภาษากรีกคือ Obeliskos หมายถึง เหล็กแหลม เข็ม หรือ เสาปลายแหลม ลักษณะของเสาโอเบลิสก์จะเป็นเสาสี่เหลี่ยมสี่ด้าน ยอดบนสุดจะเป็นลักษณะเหมือนพีรามิด และมักนิยมหุ้มหรือเคลือบด้วยโลหะ เช่น ทองคำ เหล็ก ทองแดง เป็นต้น เสาโอเบลิสก์สูง สร้างจากหินแกรนิตขนาดใหญ่เพียงก้อนเดียว ฐานของเสาจะกว้างและค่อยๆ เรียวแหลมขึ้นสู่ยอดด้านบนเป็นแท่ง

นำท่านเดินทางเข้าชม สุเหร่าสีน้ำเงิน (Blue Mosque) หรือ ชื่อเดิม สุเหร่าสุลต่านอาห์เหม็ดที่ 1 (Sultan Ahmed Mosque) การเข้าชมสุเหร่าทุกแห่งจะต้องถอดรอดเท้า ถอดหมวก ถอดแว่นตาดำ เป็นการเคารพสถานที่ สามารถถ่ายภาพด้านในได้ ห้ามส่งเสียงดังและกรุณาทำกิริยาให้สำรวม สุเหร่านี้สร้างในปี ค.ศ. 1609 และเสร็จสิ้นในปี ค.ศ. 1616 (1 ปีก่อนสุลต่านอาห์เหม็ดสิ้นพระชนม์ด้วยอายุเพียง 27 พรรษา) มีหอเรียกสวด อยู่ 6 หอ เป็นหอคอยสูงให้ผู้นำศาสนาขึ้นไปตะโกนร้องเรียกจากยอด เพื่อให้ผู้คนเข้ามาสวดมนต์ตามเวลาในสุเหร่า ชื่อสุเหร่าสีน้ำเงินภายในประดับด้วยกระเบื้องสีฟ้าจากอซนิค ลวดลายเป็นดอกไม้ต่างๆ เช่น กุหลาบ ทิวลิป คาร์เนชั่น เป็นต้น ตกแต่งอย่างวิจิตรตระการตา ภายในมีที่ให้สุลต่านและนางในฮาเร็มทำละหมาดและสวดมนต์โดยเฉพาะ มีหน้าต่าง 260 บาน สนามด้านหน้าและด้านนอกจะเป็นที่ฝังศพของกษัตริย์และพระราชวงค์ จะมีสิ่งก่อสร้างที่อำนวยความสะดวกให้กับประชาชนทั่วไป เช่น ห้องสมุด โรงพยาบาล โรงอาบน้ำ ที่พักกองคาราวาน โรงครัวสาธารณะคุลีเรีย (Kulliye)

หมายเหตุ : โปรดแต่งกายด้วยชุดสุภาพ สำหรับการเข้าชมสุเหร่าและจำเป็นต้องถอดรองเท้าก่อนเข้าชม
สุภาพสตรี : ควรสวมกางเกงขายาวคลุมข้อเท้า เสื้อแขนยาวคลุมข้อมือ มิดชิดไม่รัดรูป และเตรียมผ้าสำหรับคลุมศีรษะ
สุภาพบุรุษ : ควรสวมกางเกงขายาว และเสื้อแขนยาวไม่รัดรูป

นำท่านเข้าชม วิหารเซนต์โซเฟีย (St.Sophia) หรือ สุเหร่าฮาเกีย โซเฟีย (Hagia Sophia) 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลางเป็นโบสถ์คาทอลิก สร้างในสมัยพระเจ้าจัสติเนียน มีหลังคาเป็นยอดกลมแบบโม เสาในโบสถ์เป็นหินก้อน ภายในติดกระจกสี เมื่อเติร์กเข้าครอบครองเมือง ได้เปลี่ยนโบสถ์นี้ให้เป็นสุเหร่าในปี ค.ศ. 1453 ฉาบปูนทับกำแพงที่ปูด้วยโมเสกเป็นรูปพระเยซูคริสต์และสาวก ภายหลังทางการได้ตกลงให้วิหารฮาเกีย โซเฟีย เป็นพิพิธภัณฑ์ที่วันนี้คงบรรยากาศของความเก่าขลังอยู่เต็มเปี่ยม โดยเฉพาะโดมที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 4 ของโลกซึ่งมีพื้นที่โล่งภายในใหญ่ที่สุด ก่อสร้างด้วยการใช้ผนังเป็นตัวรับน้ำหนักของอาคารลงสู่พื้นแทนการใช้เสาค้ำยันทั่วไป นับเป็นเทคนิคการก่อสร้าง ที่ถือว่าล้ำหน้ามากในยุคนั้น (ถือเป็นหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ทำให้วิหารฮาเกีย โซเฟีย ได้รับการยกย่องให้เป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลาง

เที่ยง  บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร พิเศษ ปลาแมคเคอเรลย่างและ MIX SEAFOOD
นำท่านเดินทางสู่ เมืองบูร์ซา (Bursa) ตั้งอยู่บนยอดเขาอูลูดัก (Uludag) ทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือและใหญ่เป็นอันดับที่ 4 ของประเทศตุรกี โดยที่นี่ถูกเรียกว่าเป็นเมืองแห่งรีสอร์ทและสกีเนื่องจากเต็มไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวมากมาย นอกจากนี้บูร์ซายังเป็นเมืองหลวงแห่งแรกของอาณาจักรออตโตมันบนคาบสมุทรอนาโตเลียในอดีต จากจุดนี้ จักรวรรดิออตโตมันใช้เป็นฐานที่มั่นในการวางแผนเข้าตี เมืองคอนสแตนตินโนเปิล Constantinople เมืองหลวงของจักรวรรดิไบเซนไทน์ Byzantine’s Empire ที่ตั้งอยู่ทางฝั่งยุโรป หลังจากที่พิชิตเมืองคอนสแตนตินโนเปิลได้ จึงเปลี่ยนชื่อเป็นเมืองอิสตันบูลในปัจจุบัน อีกทั้งบูร์ซายังเป็นเมืองที่ได้รับการยอมรับจากชาวตุรกีและนักชิมทั่วไปว่าเป็นเมืองแห่งเคบับที่เป็นอาหารพื้นเมืองที่อร่อยที่สุดในประเทศอีกด้วย

นำท่านเข้าชม สุเหร่าสีเขียว (Green Mosque) หรือเรียกในชื่อ มัสยิดเยซิล (Yeşil Cami) สร้างเสร็จเมื่อ ค.ศ. 1424 ในสมัยสุลต่านเมห์เม็ตที่ 1 โดยสถาปนิก Haci Ivaz Pasha ทำด้วยหินอ่อนทั้งหลัง ประดับตกแต่งภายในด้วยกระเบื้องสีเขียวและสีน้ำเงินรอบตัวอาคาร จึงเป็นที่มาของชื่อสุเหร่าสีเขียวจนถึงทุกวันนี้ บริเวณใกล้กันเป็นอาคารสวดมนต์ ไม่ไกลกันนัก นำท่านเข้าชม สุสานสีเขียว (Green Tomb) ของสุลต่านเมห์เม็ตที่ 1 สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1421 ตั้งตระหง่านอยู่บนเนินเขาท่ามกลางต้นไซเปรส ในปี ค.ศ. 1855 เกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ทำให้ตัวอาคารเกิดความเสียหาย และบูรณะใหม่เป็นตัวอาคารหกเหลี่ยมมีลักษณะโดดเด่นด้านนอกอาคารตกแต่งด้วยกระเบื้องคูทาห์ยาสีน้ำเงินอมเขียว หลังคาโค้งคล้ายร่ม ส่วนด้านในสุสานปูด้วยกระเบื้องอิซนิกสีน้ำเงินและสีเขียวสีสันสดใสพร้อมลวดลายดอกไม้ บานประตูไม้แกะสลักอย่างสวยงาม

นำท่านเข้าชม สุเหร่าใหญ่อูลูคามิ (Ulu Cami/ The Grand Mosque) สร้างในปี ค.ศ. 1399 โดย สุลต่านแห่งบาเยชิด ที่ 1 เป็นสุเหร่าเก่าแก่ที่สุดที่สำคัญของสถาปัตยกรรมออตโตมันในยุคแรกและสำคัญที่สุดแห่งหนึ่งตั้งอยู่ในใจกลางเมืองบูร์ซา

จากนั้นนำท่านอิสระช้อปปิ้ง ตลาดผ้าไหม (Silk Bazaar) สร้างขึ้นโดยสุลต่านบาเยชิด ที่ 2 เมื่อปี ค.ศ. 1491 เป็นที่พักคาราวานเซรายและยังเป็นตลาดกลางเมืองบูร์ซาในประวัติศาสตร์ จนถึงปลายศตวรรษที่ 16 – 18 ได้กลายเป็นศูนย์กลางการผลิตและค้าขายผ้าไหม ผ่านเส้นทางสายไหมโดยมีพ่อค้าชาวเปอร์เซีย อาเซอรี และอาร์เมเนีย ขายผ้าไหมและใยไหมให้แก่พ่อค้าชาวอิตาเลียนและชาวฝรั่งเศสมานานหลายศตวรรษ ปัจจุบันเป็นศูนย์กลางค้าและยังคงมีผ้าไหม เสื้อผ้าที่ทำมาจากผ้าไหม ของที่ระลึกต่างๆ รวมไปถึงอาหาร ให้ท่านได้เพลิดเพลินกับบรรยากาศภายใน Koza Han อีกด้วย

ค่ำ  บริการอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารโรงแรม
ที่พัก KERVANSARAY HOTEL ระดับ 5 ดาว หรือเทียบเท่า


Day 3 : อูลูดัก – นั่งเคเบิ้ลคาร์สู่ลานสกีรีสอร์ท – ลานสกีรีสอร์ท – เมืองชานัคคาเล

เช้า  บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่ เขาอูลูดัก (Uludag) ตั้งอยู่ในตะวันตกเฉียงใต้ของเมืองบูร์ซา เป็นตำนานภูเขาโอลิปัสแห่งไมเซีย (อาณาจักรออตโตมัน) เป็นที่รู้จักกันในตำนานสถานที่แห่งทวยเทพเฝ้าดูสงครามเมืองทรอย (Trojan) และอูลูดักนั้นหมายถึงภูเขาที่ใหญ่และสูงที่สุดในอานาโตเลียตะวันตก 2,543 เมตร จึงเป็นศูนย์กลางแห่งการท่องเที่ยวฤดูหนาวยอดนิยมของประเทศตุรกี ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจำนวนมากมายจากทั้งคนในประเทศตุรกีเอง และประเทศใกล้เคียง ด้วยความทันสมัย คุณภาพดี และราคาไม่สูงมาก จากนั้นนำท่าน นั่งเคเบิ้ลคาร์สู่ลานสกีรีสอร์ท (Cable Car) (รวมค่าขึ้นเคเบิ้ลคาร์แล้ว) ให้ท่านได้ชมวิวและถ่ายภาพได้อย่างเพลิดเพลินกับบรรยากาศโดยรอบที่หิมะย้อมทิวเขา ต้นไม้ใบหญ้าและอาณาบริเวณให้เป็นสีขาวสวยสุดลูกหูลูกตาดุจในเทพนิยายปกคลุมตลอดทั้งเส้นทาง

ให้ท่านได้อิสระที่ ลานสกีรีสร์อท (Ski Resort) (ไม่รวมค่าเล่นสกี ค่าลิฟต์เก้าอี้สู่จุดเล่นสกี อุปกรณ์การเล่นสกีทุกชนิด) ที่ลานสกีรีสอร์ท เป็นจุดศูนย์รวมสำหรับเล่นสกี  อาทิ สกีรีสอร์ท ร้านอาหาร คาเฟ่ ร้านค้าเสื้อผ้าสำหรับการเล่นสกี ร้านขายอุปกรณ์การเล่นสกี ร้านเช่าอุปกรณ์ และสิ่งอำนวยความสะดวกในการเล่นสกีมากมาย

กิจกรรมแนะนำ มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม มีหลายร้านที่ให้เช่าอุปกรณ์การเล่นสกี ราคาจึงแตกต่างตามคุณภาพ

  • เสื้อ กางเกง แว่นตา ถุงมือ รองเท้า สำหรับเล่นสกี (Ski Pants & Jacket, Goggles Gloves and Snow Shoes) ท่านละ 60 – 150 เหรียญดอลลาร์สหรัฐ (USD) ขึ้นอยู่กับคุณภาพสินค้า
  • สกี & สโนว์บอร์ด และรองเท้าบูท (Ski & Snowboard and Boots) ท่านละ 70 – 150 เหรียญดอลลาร์สหรัฐ (USD) ขึ้นอยู่กับคุณภาพสินค้า
  • นั่งลิฟต์เก้าอี้ (Chairlift, Ski lift) ท่านละ 30 – 50 เหรียญดอลลาร์สหรัฐ (USD)

หมายเหตุ: หากไม่สามารถขึ้นลานสกีรีสอร์ทได้ รวมถึงไม่สามารถนั่งเคเบิ้ลคาร์ขึ้น-ลงได้ เนื่องด้วยการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศที่รุนแรง ณ วันนั้น ทางบริษัทเห็นถึงความปลอดภัยของคณะทัวร์เป็นสิ่งสำคัญ จึงขอสงวนสิทธิ์ที่จะทำการเปลี่ยนโปรแกรมการเดินทางและไม่สามารถคืนเงินได้ โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

เที่ยง  บริการอาหารกลางวัน ณ ห้องอาหาร พิเศษ BBQ เตาถ่าน

นำท่านนั่งเคเบิ้ลคาร์ลงจากเขาอูดูลูดัก นำท่านเดินทางสู่ เมืองชานัคคาเล (Canakkale) ปัจจุบันเป็นเมืองที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ เดิมมีชื่อว่า โบกาซี่ (Bogazi) หรือ เฮลเลสปอนด์ (Hellespont) มีความยาว 65 กิโลเมตร ส่วนที่แคบที่สุดกว้าง 1.3 กิโลเมตรเนื่องจากตั้งอยู่บนจุดแคบที่สุดของช่องแคบดาร์ดะเนลส์ ใกล้กับ แหลมเกลิโบลูของกรีซ บนฝั่งของ 2 ทะเลคือ ทะเลมาร์มารา และ ทะเลอีเจียนซึ่งตั้งอยู่ริมทะเลมาร์มาราตัดกับทะเลอีเจียน เป็นที่ตั้งของเมืองทรอย

ค่ำ  บริการอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารโรงแรม
ที่พัก KOLIN HOTEL ระดับ 5 ดาว หรือเทียบเท่า


Day 4 :  ม้าไม้จำลองเมืองทรอย – อุทยานแห่งชาติทรอย – เมืองคูซาดาซึ – เมืองเอฟฟิซุส – ห้องอาบน้ำโรมันโบราณ – หอสมุดเซลซุส     – เตอร์กิชดีไลท์ – บ้านพระแม่มารี

เช้า  บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านชมและถ่ายภาพ ม้าไม้จำลองเมืองทรอยริมทะเล (Trojan Statue/Hollywood Horse) เป็นม้าไม้ที่มีชื่อเสียงโด่งดังมากที่สุดจากมหากาพย์ภาพยนตร์ฮอลิวูดเรื่อง ทรอย (Troy) ในปี 2004 มีแบรด พิตต์ แสดงชื่อดังระดับโลกเป็นนักแสดงนำ ทางทีมงานได้จำลองม้าไม้ขนาดใหญ่สีดำ เพื่อใช้ดำเนินเรื่องและเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญของเรื่องทรอย หลังจากนั้นทางทีมงานจึงมอบม้าไม้จำลองตัวนี้ให้กับทางการตุรกี เพื่อเป็นเกียรติและสร้างชื่อเสียงให้กับเมืองชานัคคาเลอีกด้วย หลังจากนั้นนำท่านสู่ อุทยานแห่งชาติทรอย (Troy National Park) เป็นโบราณสถานที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งชองโลกที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 5,000 ปี ภายในอุทยานนำท่านชม ม้าไม้โทรจันหรือม้าไม้จำลองเมืองทรอย (Trojan Horse) เป็นม้าไม้ที่สร้างจำลองจากบันทึกทางประวัติศาสตร์ ที่ชาวกรีกใช้อุบายส่งม้าไม้ให้เมืองทรอยเพื่อเป็นของกำนัล แต่ความจริงแอบบรรจุคนมาในม้าไม้เพื่อเข้ามาเปิดประตูเมืองทรอย ให้ทหารเข้ามาตีตัวเมืองจนทำให้เมืองทรอยล้มสลาย ซึ่งเปรียบเสมือนสัญลักษณ์อันชาญฉลาดด้านกลการศึกของนักรบโบราณ

เที่ยง  บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
นำท่านนั่งกระเช้าไฟฟ้าลงจากเขาอูดูลูดัก เพื่อนำท่านเดินทางสู่ เมืองคูซาดาซึ (Kusadasi) (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง 30 นาที) เมืองท่าเลียบชายฝั่งทะเลของประเทศตุรกี ในอดีตเมืองนี้เป็นเหมือนท่าเรือขนส่งสินค้า เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงเรื่องการผลิตเครื่องหนังคุณภาพสูงส่งออกทั่วโลก จากนั้นนำท่านเข้าชม เมืองเอฟฟิซุส (Ephesus) เมืองโบราณที่มีการบำรุงรักษาไว้เป็นอย่างดีเมืองหนึ่ง เคยเป็นที่อยู่ของชาวโยนก (Lonia) จากกรีกซึ่งอพยพเข้ามาปักหลักสร้างเมืองซึ่งรุ่งเรืองขึ้นในศตวรรษที่ 6 ก่อนคริสต์กาล ต่อมาถูกรุกรานเข้ายึดครองโดยพวกเปอร์เซียและกษัตริย์อเล็กซานเดอร์มหาราช ภายหลังเมื่อโรมันเข้าครอบครองก็ได้สถาปนาเอฟฟิซุสขึ้นเป็นเมืองหลวงต่างจังหวัดของโรมัน นำท่านเดินบนถนนหินผ่านใจกลางเมืองเก่าที่สองข้างทางเต็มไปด้วยซากสิ่งก่อสร้างเมื่อสมัย 2,000 ปีที่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นโรงละครกลางแจ้งที่สามารถผู้ชมได้กว่า 30,000 คน ซึ่งยังคงใช้งานได้จนถึงปัจจุบัน เข้าชม ห้องอาบน้ำโรมันโบราณ (Roman Bath) ที่ยังคงเหลือร่องรอยรของห้องน้ำ ห้องอบไอน้ำ ให้เห็นอยู่จนถึงทุกวันนี้ นำท่านถ่ายภาพเป็นที่ระลึก กับ หอสมุดเซลซุส (Library of Celsus) มีความสวยงามเป็นเลิศ สร้างโดยติเบริอุส จูลิอุส อาควิลา อุทิศให้กับบิดา ชื่อ ติเบริอุส จูลิอุส เซลซุส ในปี 657 – 660 และได้ฝังโลงศพของบิดาที่ทำจากหินเอาไว้ใต้หอสมุดแห่งนี้ ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกโดยองค์การสหประชาชาติ หรือ ยูเนสโก เมื่อปี ค.ศ. 2015

นำท่านเดินทางสู่ ร้านเตอร์กิช ดีไลท์ (Turkish Delight Shop) คือขนมหวานขึ้นชื่อของประเทศตุรกี ซึ่งคนท้องถิ่นเรียกกันว่าโลคุม (Lokum) เป็นขนมหวานทรงลูกเต๋าที่ประกอบขึ้นจากแป้งและน้ำตาล มักจะมีอัลมอนด์ วอลนัท ถั่วพิสตาชิโอ และแมคคาเดเมียผสมเข้าไปด้วย โดยส่วนมากหน้าตาจะมีสีชมพูเข้ม แต่ก็ดูจางลงไปทันทีเมื่อเสิร์ฟกับน้ำตาลไอซิ่งที่คลุกเคล้าประหนึ่งแป้งฝุ่น มีรสหวาน สอดแทรกด้วยความกรอบและมันของถั่วคุณภาพดี ชาวตุรกีนิยมทานคู่กับชาร้อน หรือ ชากลิ่นแอปเปิล

นำท่านเข้าชม บ้านพระแม่มารี (House of Virgin Mary) ชื่อกันว่าเป็นที่สุดท้ายที่พระแม่มารีมาอาศัยอยู่และสิ้นพระชนม์ในบ้านหลังนี้ตั้งอยู่บนภูเขาสูงเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่คริสต์ศาสนิกชนจะต้องหาโอกาสขึ้นไปนมัสการให้ได้สักครั้งในชีวิต

ค่ำ   บริการอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารโรงแรม
ที่พัก  SIGNATURE HOTLE ระดับ 5 ดาว หรือเทียบเท่า


Day 5 :  โรงงานผลิตเครื่องหนัง – เมืองปามุคคาเล – ปราสาทปุยฝ้าย – เมืองโบราณเฮียราโพลิส

เช้า  บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่ โรงงานผลิตเครื่องหนัง (Leather Factory) ซึ่งประเทศตุรกีเป็นประเทศที่มีฐานการผลิตเครื่องหนังคุณภาพสูงที่สุดอันดับต้นๆ ของโลก ทั้งยังผลิตเสื้อหนังให้กับ  แบรนด์ดังในอิตาลี อาทิ Versace, Prada, Michael Kors อีกด้วย อิสระให้ท่านเลือกชมผลิตภัณฑ์จากเครื่องหนัง และ สินค้าพื้นเมืองตามอัธยาศัย

เที่ยง  บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารท้องถิ่น
นำท่านเดินทางสู่ เมืองปามุคคาเล (Pamukkale) เมืองที่มีน้ำพุเกลือแร่ร้อนไหลทะลุขึ้นมาจากใต้ดินผ่านซากปรักหักพังของเมืองเก่าแก่สมัยกรีกก่อนไหลลงสู่หน้าผา จนเกิดผลึกกึ่งสถาปัตยกรรมสีขาวขึ้น

นำท่านเข้าชม ปราสาทปุยฝ้าย (Cotton Castle) ผลจากการไหลของน้ำพุเกลือแร่ร้อนนี้ได้ก่อให้เกิดทัศนียภาพของน้ำตกสีขาวเป็นชั้นๆ หลายชั้น และผลจากการแข็งตัวของแคลเซียมทำให้เกิดเป็นแก่งหินสีขาวราวหิมะขวางทางน้ำเป็นทางยาว ซึ่งมีความงดงามมาก ภายในบริเวณเดียวกันนี้ยังเป็น เมืองโบราณเฮียราโพลิส (Hierapolis) เป็นเมืองโรมันโบราณที่สร้างล้อมรอบบริเวณที่เป็นน้ำพุเกลือแร่ร้อน ซึ่งเชื่อกันว่ามีสรรพคุณในการรักษาโรคเมื่อเวลาผ่านไปภัยธรรมชาติได้ทำให้เมืองนี้เกิดการพังทลายลง เหลือเพียงซากปรักหักพังกระจายอยู่ทั่วไปบางส่วนยังพอมองออกว่าเดิมเคยเป็นอะไร อาทิ โรงละคร แอมฟิเธียร์เตอร์ขนาดใหญ่ วิหารอพอลโล สุสานโรมันโบราณ ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกโดยองค์การสหประชาชาติ หรือ ยูเนสโก เมื่อปี ค.ศ. 1988

ค่ำ   บริการอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารโรงแรม
ที่พัก   DUNDAR HOTEL ระดับ 4 ดาว หรือเทียบเท่า


Day 6 : เมืองคอนยา – พิพิธภัณฑ์เมฟลานา – เมืองคัปปาโดเกีย – ที่พักคาราวานเซราย – เมืองเกอเรเม – โรงงานทอพรม – เมืองใต้ดิน    – หุบเขาพาซาแบค – หุบเขานกพิราบ – หุบเขาอุซิซาร์ – ชมโชว์ระบำ Belly Dance

เช้า   บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่ พิพิธภัณฑ์เมฟลานา (Mevlana Museum) ภายนอกเป็นหอทรงกระบอกสีเขียว ภายในประดับตกแต่งแบบชาวมุสลิม จัดแสดงข้าวของเครื่องใช้ของท่านเมฟลานา และยังเป็นสุสานสำหรับบิดาและบุตรของท่านเมฟลานาอีกด้วยระหว่างทางนำท่านแวะถ่ายภาพ ที่พักคาราวานเซราย (Caravanserai) เป็นสถานที่พักของกองคาราวานในสมัยโบราณตามเส้นทางสายไหมและชาวเติร์กสมัยออตโตมันหลังจากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองคัปปาโดเกีย (Cappadocia) เป็นบริเวณที่อยู่ระหว่าง ทะเลดำกับภูเขาเทารุส มีความสำคัญมาแต่โบราณกาล เพราะเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางสายไหม เส้นทางการค้าขายแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม ที่ทอดยาวจากประเทศตุรกีไปจนถึงประเทศจีน เป็นพื้นที่พิเศษที่เกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟเมื่อประมาณ 3 ล้านปีมาแล้ว เกิดจากลาวาที่พ่นออกมา และเถ้าถ่านจำนวนมหาศาลกระจายไปทั่วบริเวณทับถมเป็นแผ่นดินชั้นใหม่ขึ้นมา จากกระแสน้ำ ลม ฝน แดด และหิมะ กัดเซาะกร่อนกินแผ่นดินภูเขาไฟไปเรื่อยๆ นับล้านปี จนเกิดเป็นภูมิประเทศประหลาดแปลกตาน่าพิศวง ที่เต็มไปด้วยหินรูปแท่งกรวยคว่ำปล่อง กระโจม โดม และอีกสารพัดรูปทรง ดูประหนึ่งดินแดนในเทพนิยาย จนชนพื้นเมืองเรียกขานกันว่า “ดินแดนแห่งปล่องไฟนางฟ้า” (Fairy Chimney) คัปปาโดเกีย เป็นชื่อเก่าแก่ภาษาฮิตไตต์ (ชนเผ่ารุ่นแรกๆ ที่อาศัยอยู่ในดินแดนแถบนี้) แปลว่า “ดินแดนม้าพันธุ์ดี” และในปัจจุบันนี้ก็ยังเลี้ยงม้ากันอยู่บริเวณนี้ และมีเมืองใต้ดินโบราณที่ใหญ่ที่สุดในโลกก็ว่าได้ ซึ่งภายในเมืองใต้ดินมีครบทุกอย่างไม่ว่าจะเป็น ห้องนอน ห้องน้ำ ห้องครัว ห้องหมักไวน์ ห้องประชุม คอกสัตว์ โบสถ์ บ่อน้ำ บางห้องเป็นห้องโถงกว้าง ด้วยความอัศจรรย์ใต้พื้นดินแห่งนี้ เมืองคัปปาโดเกีย จึงได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกโดยองค์การสหประชาชาติ หรือ ยูเนสโก เมื่อปี ค.ศ. 1985 ได้ขึ้นทะเบียนเมืองใต้ดินแห่งเมืองคัปปาโดเกียเป็นสถานที่มรดกโลกอีกด้วย

นำท่านเดินทางสู่ เมืองเกอเรเม (Goreme) เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ในอาณาบริเวณของเมืองคัปปาโดเกียในตอนกลางของอานาโตเลียประเทศตุรกี เป็นที่ตั้งถิ่นฐานของผู้คนมาตั้งแต่สมัยโรมัน และเป็นสถานที่ที่ชาวคริสเตียนยุคแรกใช้ในการเป็นที่หลบหนีภัยจากการไล่ทำร้ายและสังหารก่อนที่คริสต์ศาสนาจะเป็นของจักรวรรดิ ที่จะเห็นได้จากคริสต์ศาสนถานจำนวนมากมายที่ตั้งอยู่ในบริเวณนี้ เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงในด้านการทอพรม และการผลิตเครื่องเซรามิก ล้ำค่าที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก เยี่ยมชม โรงงานทอพรม (Carpet Factory) นำท่านเข้าชม เมืองใต้ดิน (Underground City) เป็นสถานที่ที่ผู้นับถือศาสนาคริสต์ใช้หลบภัยชาวโรมัน ที่ต้องการทำลายร้างพวกนับถือศาสนาคริสต์ ภายในมีโซนห้องต่างๆ อาทิ ห้องนอน ห้องน้ำ ห้องครัว ห้องหมักไวน์ ห้องประชุม คอกสัตว์ โบสถ์ บ่อน้ำ บางห้องเป็นห้องโถงกว้างว่ากันว่าสามารถจุคนได้มากกว่า 30,000 คน และระบบระบายอากาศที่ดี แต่อากาศค่อนข้างบางเบา เพราะอยู่ลึกและทางเดินบางช่วงอาจค่อนข้างแคบจนเดินสวนกันไม่ได้ ควรใช้ความระมัดระวังในการรับลงไปชมเมืองใต้ดินแห่งนี้

เที่ยง  บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารท้องถิ่น พิเศษ เคบับต้นตำรับ
นำท่านเดินทางสู่ หุบเขาพาซาแบค (Pasabag Valley) หรือหุบเขาพระ (Monks Valley) เป็นหินทรงสูงใหญ่ที่มีรูปร่างคล้ายเห็ดสามหัว รูปร่างแปลกตา จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ หุบเขานกพิราบ (Pigeon Valley) เป็นหน้าผาที่ชาวเมืองโบราณได้ขุดเจาะเป็นรู เพื่อให้นกพิราบเข้าไปทำรังอาศัยอยู่ เนื่องจากสมัยก่อนชาวเมืองใช้นกพิราบมีหน้าที่เป็นผู้ส่งสารสำคัญในแถบละแวกนั้น และยังเป็นสัตว์เลี้ยงอีกด้วย

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ หุบเขาอุชิซาร์ (Uchisar Valley) ให้ท่านได้ถ่ายภาพด้านหน้า เป็นหุบเขาคล้ายจอมปลวกขนาดใหญ่ ใช้เป็นที่อยู่อาศัย ซึ่งหุบเขาแห่งนี้มีรูพรุน มีรอยเจาะ รอยขุด อันเกิดจากฝีมือมนุษย์ไปเกือบทั่วทั้งภูเขา เพื่อเอาไว้เป็นที่อยู่อาศัย อุชิซาร์ คือ บริเวณที่สูงที่สุดของบริเวณโดยรอบ ดังนั้นในอดีตอุชิซาร์ มีไว้ทำหน้าที่เป็นป้อมปราการที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติเอาไว้สอดส่องข้าศึกยามมีภัยอีกด้วย

ค่ำ  บริการอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารโรงแรม
นำท่านชมการแสดงพื้นเมือง โชว์ระบำหน้าท้อง (Belly Dance) เป็นการโชว์เต้นรำที่เก่าแก่อย่างหนึ่งของชาวตุรกี ซึ่งมีมาประมาณ 6,000 ปี ในดินแดนแถบอียิปต์และเมดิเตอร์เรเนียน นักประวัติศาสตร์เชื่อกันว่าชนเผ่ายิปซีเร่ร่อนคือคนกลุ่มสำคัญที่ได้อนุรักษ์ระบำหน้าท้องนี้ไว้ให้มีมาจนถึงปัจจุบัน การโชว์ระบำหน้าท้องนี้ได้มีมาอย่างแพร่หลายและมีการพัฒนาซึ่งเป็นศิลปะที่โดดเด่น สวยงาม จนกลายมาเป็นระบำหน้าท้องของประเทศตุรกีในปัจจุบัน
ที่พัก  KALSEDON BOUTIQUE CAVE HOTEL ระดับ 5 ดาว หรือระดับเทียบเท่า

หมายเหตุ : ท่านควรเตรียมกระเป๋าสัมภาระใบเล็ก เพื่อแยกสัมภาระสำหรับค้างคืนที่โรงแรมถ้ำ เพื่อความสะดวกในการเดินทางของท่าน เนื่องจากโดยส่วนใหญ่โรงแรมสไตล์ถ้ำในเมืองนี้ไม่มีลิฟต์ให้บริการ


Day 7 :  ชมบอลลูนหลากสี – พิพิธภัณฑ์เกอเรเม – โรงงานเซรามิก – โรงงานเครื่องประดับ – เมืองอังการา – ทะเลสาบเกลือ    – เมืองอิสตันบูล

เช้า  บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเดินทางชม บอลลูนหลากสี (ไม่รวมค่าขึ้นบอลลูน) ไฮไลท์ของเมืองคัปปาโดเกียและจุดหมายของนักท่องเที่ยวทั่วทุกมุมโลก ให้ท่านได้อิสระถ่ายภาพและหากท่านใดสนใจขึ้นบอลลูน และกิจกรรมอื่นๆ

รายละเอียดดังนี้ กิจกรรมเสริมพิเศษนี้ไม่รวมอยู่ในราคาทัวร์ (Optional Tour)

  • บอลลูนทัวร์ (Balloon Tour) สำหรับท่านที่สนใจขึ้นบอลลูนชมความสวยงามของเมืองคัปปาโดเกีย โปรแกรมเสริมพิเศษ จำเป็นต้องออกจากโรงแรมประมาณ 04.30 – 05.00 น. โดยมีรถท้องถิ่นมารับไปขึ้นบอลลูน เพื่อชมความสวยงามของเมืองคัปปาโดเกียในอีกมุมหนึ่งที่หาชมได้ยาก ใช้เวลาเดินทางจากโรงแรมไปขึ้นบอลลูน ประมาณ 30 – 45 นาที อยู่บนบอลลูนประมาณ 1 ชั่วโมง ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในการขึ้นบอลลูน ท่านละ ประมาณ 250 – 300 เหรียญดอลลาร์สหรัฐ (USD) ขึ้นอยู่กับฤดูกาล โปรดทราบ ประกันอุบัติเหตุที่รวมอยู่ในโปรแกรมทัวร์ไม่ครอบคลุมกิจกรรมพิเศษ ไม่ครอบคลุมการขึ้นบอลลูน และเครื่องร่อนทุกประเภท ดังนั้นขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของท่าน
  • รถจี๊ปทัวร์ (Jeep Tour) สำหรับท่านใดที่สนใจชมความสวยงามของเมืองคัปปาโดเกียบริเวณภาคพื้นดิน โปรแกรมจำเป็นต้องออกจากโรงแรม ประมาณ 05.00 – 06.00 น. โดยมีรถท้องถิ่นมารับ เพื่อชมความสวยงามโดยรอบของเมืองคัปปาโดเกียบริเวณภาคพื้นดินในบริเวณที่รถเล็กสามารถตะลุยไปได้ ใช้เวลาอยู่บนรถจี๊ป ประมาณ 1 ชั่วโมง ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในการนั่งรถจี๊ปอยู่ที่ ท่านละ 100 – 150 เหรียญดอลลาร์สหรัฐ (USD) ขึ้นอยู่กับฤดูกาล โปรดทราบ ประกันอุบัติเหตุที่รวมอยู่ในโปรแกรมทัวร์ไม่ครอบคลุมกิจกรรมพิเศษ ไม่ครอบคลุมการขึ้นบอลลูน และเครื่องร่อนทุกประเภท ดังนั้นขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของท่าน
  • รถมัสแตงโบราณ (Mustang Classic Car) สำหรับท่านใดที่สนใจชมความสวยงามของเมืองคัปปาโดเกียบริเวณภาคพื้นดิน โปรแกรมจำเป็นต้องออกจากโรงแรม ประมาณ 05.00 – 06.00 น. โดยมีรถท้องถิ่นมารับ เพื่อชมความสวยงามโดยรอบของเมืองคัปปาโดเกียบริเวณภาคพื้นดินในบริเวณที่รถเล็กสามารถเดินทางไปได้ ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง จำกัดโดยสารไม่เกิน 3 ท่าน/คัน ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในการนั่งรถมัสแตงโบราณอยู่ที่ ท่านละ 100 – 150 เหรียญดอลลาร์สหรัฐ (USD) ขึ้นอยู่กับฤดูกาล โปรดทราบ ประกันอุบัติเหตุที่รวมอยู่ในโปรแกรมทัวร์ไม่ครอบคลุมกิจกรรมพิเศษ ไม่ครอบคลุมการขึ้นบอลลูน และเครื่องร่อนทุกประเภท ดังนั้นขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของท่าน

คำแนะนำ

  • เนื่องด้วยข้อกำหนดของเวลา ท่านจำเป็นต้องเลือกซื้อแพ็กเกจทัวร์เสริมอย่างใด อย่างหนึ่ง
  • ท่านที่เมารถ กรุณาทานยาแก้เมารถล่วงหน้าอย่างน้อยครึ่งก่อนออกเดินทาง และควรแจ้งให้หัวหน้าทัวร์ทราบตั้งแต่ก่อนวันเดินทาง (ตั้งแต่อยู่ประเทศไทย เพื่อเตรียมยาแก้เมารถจากประเทศไป)
  • กิจกรรมนี้ ไม่อนุญาตให้ผู้ที่เป็นโรคหัวใจขั้นรุนแรง, ตั้งครรภ์ หรือ เด็กอายุต่ำกว่า 7 ปี เข้าร่วมโดยเด็ดขาด กรณีเกิดความเสียหายไม่ว่ากรณีใดๆ ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการรับผิดชอบทุกกรณี
  • สำหรับท่านที่ไม่ร่วมในโปรแกรมเสริมพิเศษ ท่านจำเป็นต้องพักผ่อนรอคณะอยู่ที่โรงแรมที่พัก

นำท่านถ่ายภาพด้านนอก พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งเกอเรเม (Open Air Museum of Goreme) ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การสหประชาชาติ หรือ ยูเนสโก เมื่อปี ค.ศ. 1985 ซึ่งเป็นความคิดของชาวคริสต์ที่ต้องการเผยแพร่ศาสนาโดยการขุดถ้ำเป็นจำนวนมากเพื่อสร้างโบสถ์ และยังเป็นการป้องกันการรุกรานของชนเผ่าลัทธิอื่นที่ไม่เห็นด้วยกับศาสนาคริสต์ จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าเยี่ยมชม โรงงานเซรามิก (Ceramic Factory) และโรงงานเครื่องประดับ (Jewelry Factory) เพื่อให้ท่านได้ชมการสาธิตกรรมวิธีการผลิตสินค้าพื้นเมืองทีมีคุณภาพและชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก อิสระให้ท่านได้เลือกซื้อสินค้า

เที่ยง  บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารท้องถิ่น
นำท่านเดินทางสู่ เมืองอังการา (Angara) เมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสองในประเทศตุรกีรองจากอิสตันบูล เมืองอังการาเป็นที่ตั้งของรัฐบาลกลาง ส่วนราชการและสถานเอกอัครราชทูตประเทศต่างๆ จากนั้นระหว่างทางนำท่านเดินทางสู่ ทะเลสาบเกลือ (Tuz Salt Lake) เป็นทะเลสาบน้ำเค็มที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของตุรกี ซึ่งเป็นทะเลสาบน้ำเค็มที่มีเปอร์เซ็นต์ของเกลือสูง หากเดินทางไปเที่ยวทะเลสาบเกลือในหน้าร้อน น้ำทะเลสาบจะเหือดแห้งเหลือเพียงแต่กองเกลือที่ตกผลึกเป็นแผ่นหนาหลายสิบเซ็นติเมตร มองเห็นเป็นพื้นสีขาวสุดสายตา และที่ทะเลสาบเกลือแห่งนี้ยังเคยเป็นสถานที่ถ่ายทำหนัง Star War อีกด้วย

นำท่านเดินทางสู่ เมืองอิสตันบูล (Istanbul) เป็นเมืองที่มีความสำคัญที่สุดของประเทศตุรกี มีประวัติศาสตร์ยาวนานหลายศตวรรษตั้งแต่ก่อนคริสตกาล มีทำเลที่ตั้งอยู่บริเวณช่องแคบบอสฟอรัส ซึ่งทำให้อิสตันบูลเป็นเมืองสำคัญเพียงเมืองเดียวในโลก ที่ตั้งอยู่ใน 2 ทวีป คือ ทวีปยุโรป (ฝั่ง Thrace ของบอสฟอรัส) และทวีปเอเชีย (ฝั่งอนาโตเลีย) สถาปัตยกรรมอันงดงามผสมผสานทั้ง 2 ทวีป ทำให้เมืองอิสตันบูลมีความสวยงามเป็นเอกลักษณ์พิเศษ อีกทั้งพื้นที่ประวัติศาสตร์แห่งอิสตันบูล ฝั่งทวีปยุโรป ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกโดยองค์การสหประชาชาติ หรือ ยูเนสโก เมื่อปี ค.ค. 1986

ค่ำ  อิสระอาหารค่ำ ตามอ้ธยาศัย
ที่พัก PULLMAN HOTEL ระดับ 5 ดาว หรือเทียบเท่า


Day 8 :  พระราชวังโดลมาบาห์เช – ล่องเรือช่องแคบบอสฟอรัส – จุดชมวิวเนินเขาปิแอร์ โลติ – สไปซ์บาซาร์ – ห้างสรรพสินค้าอิสตินเย  – จัตุรัสทักษิม – หอคอยกาลาตา

เช้า  บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านถ่ายภาพด้านหน้า พระราชวังโดลมาบาห์เช (Dolmabahce Palace) สร้างโดยสุลต่านดับดุล เมซิด (Abdul Macit) ในปี ค.ศ. 1843 และเสร็จสิ้นในปี ค.ศ. 1856 สร้างด้วยหินอ่อนทั้งหลัง ด้วยศิลปะแบบตะวันออกผสมผสานกับตะวันตก ตัวอาคารยาวถึง 600 เมตร ตั้งอยู่ริมชายฝั่งทะเลมาร์มาราบริเวณช่องแคบบอสฟอรัสบนฝั่งทวีปยุโรป บริเวณรอบนอกประดับประดาด้วยสวนสวยริมทะเล หอนาฬิกา น้ำพุ อุทยานดอกไม้ สระน้ำ รูปปั้น รูปสลักต่างๆ วางประดับไว้อย่างลงตัวน่าชื่นชมในรสนิยมของสุลต่านแห่งออตโตมันเป็นอย่างยิ่ง

จากนั้นนำท่าน ล่องเรือชมความสวยงามของช่องแคบบอสฟอรัส (Bosphorus Cruise) ซึ่งเป็นช่องแคบที่เชื่อมทะเลดำ (The Black Sea) กับทะเลมาร์มารา (Sea of Marmara) โดยมีความยาวประมาณ 32 กิโลเมตรความกว้าง เริ่มตั้งแต่ 500 เมตร จนถึง 3 กิโลเมตร ช่องแคบนี้ถือว่าเป็นจุดบรรจบกันของสุดขอบทวีปยุโรปและสุดขอบทวีปเอเชีย ซึ่งนอกจากความสวยงามแล้วช่องแคบบอสฟอรัสยังเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญยิ่งในการป้องกันประเทศตุรกีอีกด้วย ขณะล่องเรือท่านจะได้เพลิดเพลินกับทัศนีย์ภาพอันสวยงามของริมฝั่งช่องแคบแห่งนี้ ไม่ว่าจะเป็นพระราชวังโดลมาบาห์เชหรือบ้านเรือสไตล์ยุโรปของบรรดาเศรษฐีแห่งประเทศตุรกีทั้งระหว่างล่องเรือ

เที่ยง  อิสระอาหารค่ำ เพื่อความสะดวกในการท่องเที่ยว
นำท่านนั่งกระเช้าสู่จุดชมวิว เนินเขาปิแอร์ โลติ (Pierre Loti Hill) เป็นจุดชมวิวเมืองอิสตันบูลซึ่งสามารถเห็นวิวของโกลเดนฮอร์น (Golden Horn) ได้ชื่อว่าเป็นจุดชมวิวที่สวยที่สุดในอิสตันบูล ด้านบนเป็นร้านคาเฟ ให้ท่านอิสระและดื่มด่ำบรรยากาศทิวทัศน์ที่สวยงาม

นำท่านเดินทางสู่ สไปซ์บาซาร์ (Spice Bazaar) หรือ ตลาดอียิปต์ (Egyptian Bazaar) เป็นตลาดเครื่องเทศตั้งอยู่ใกล้กับสะพานกาลาตา ที่นี่ถือเป็นตลาดในร่มและเป็นตลาดที่ใหญ่เป็นอันดับสองในเมืองอิสตันบูล สร้างขึ้นตั้งแต่ช่วงปี ค.ศ. 1660 โดยเป็นส่วนหนึ่งของมัสยิดใหม่ ภายในตลาดยังมีสินค้ามากมายให้ได้เลือกซื้อ อาทิ อาหาร, เครื่องเทศ, ขนมหวานของตุรกี, เครื่องเพชรพลอย, ของที่ระลึก, ผลไม้แห้ง และเครื่องประดับต่างๆ อีกด้วย นำท่านเดินทางสู่ ห้างสรรพสินค้าอิสตันเย พาร์ค มอลล์ (Istinye Park Mall) ให้ท่านได้อิสระช้อปปิ้ง ภายในมีให้ซื้อหลายแบรนด์ อาทิ Armani, Beymen, Boyner, Burberry, Calvin Klenin, Chanel, Dior, Gap, Gucci, Hermes, Longchamp, Penti และ Under Armour และอีกมากมายกว่า 291 ร้าน หลังจากนั้นนำท่านเดินทางสู่ จตุรัสทักซิมสแควร์ (Taksim Square) ถนนสายนี้เรียกได้ว่าเป็นจุดศูนย์กลางของเมืองอิสตันบูล มีร้านค้มากมาย ตั้งแต่ของที่ระลึก, ร้านอาหารพื้นเมือง และยังมีแทรมป์โบราณ (Tram) เรียกได้ว่าที่แห่งนี้เป็นจุดนัดพบยอดนิยมของชาวเมืองอิสตันบูลนำท่านถ่ายรูปกับ หอคอยกาลาตา (Galata Tower) หอคอยหินสไตล์โรมัน แบบสถาปัตยกรรมโรมาเนสก์ ตัวตึกประกอบด้วย 9 ชั้น มีรูปทรงกระบอก และมีหลังคาเป็นทรงกรวย อีกหนึ่งสัญลักษณ์เมืองอิสตันบูล สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1348 เพื่อไว้เป็นหอสังเกตการณ์ป้องกันข้าศึกจากทางทะเลปัจจุบันชั้นบนเปิดให้นักท่องเที่ยวขึ้นชมทัศนียภาพของเมือง

ค่ำ  อิสระอาหารค่ำ เพื่อสะดวกในการท่องเที่ยว
นำท่านเดินทางสู่ สนามบินอิสตันบูล ประเทศตุรกี


Day 9 : สนามบินอิสตันบูล – สนามบินสุวรรณภูมิ

01.55 น.  นำท่านออกเดินทางสู่ สนามบินสุวรรณภูมิ ประเทศไทย  (บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง)

15.00 น.   เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ ประเทศไทย โดยสวัสดิภาพ พร้อมความประทับใจ


สำคัญโปรดอ่าน

  1. กรุณาทำการจองล่วงหน้าก่อนเดินทางอย่างน้อย 30 วัน พร้อมชำระเงินมัดจำ ท่านละ 20,000 บาท/ท่าน และชำระส่วนที่เหลือ 21 วัน ก่อนการเดินทาง กรณีวันเดินทางน้อยกว่า 21 วัน ต้องชำระค่าทัวร์เต็มจำนวน 100% เท่านั้น
  2. อัตราค่าบริการนี้ จำเป็นต้องมีผู้เดินทาง จำนวน 10 ท่าน ขึ้นไป ในแต่ละคณะ กรณีที่มีผู้เดินทางไม่ถึงตามจำนวนที่กำหนด ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเลื่อนการเดินทาง หรือเปลี่ยนแปลงอัตราค่าบริการ (ปรับราคาเพิ่มขึ้น เพื่อให้คณะได้ออกเดินทาง ตามความต้องการ)
  3. ท่านที่ต้องออกบัตรโดยสารภายในประเทศ (ตั๋วเครื่องบิน, รถทัวร์, รถไฟ) กรุณาสอบถามที่เจ้าหน้าที่ทุกครั้งก่อนทำการออกบัตรโดยสาร เนื่องจากสายการบินอาจมีการปรับเปลี่ยนไฟลท์ หรือ เวลาบิน โดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้า และการแนะนำจากเจ้าหน้าที่เป็นเพียงการแนะนำเท่านั้น
  4. ระหว่างท่องเที่ยวหากนักท่องเที่ยวได้รับการตรวจยืนยันว่ามีเชื้อโควิด ทางโรงแรมอาจมีค่าทำความสะอาดห้องพักเพิ่มเติม (ไม่รวมอยู่ในรายการทัวร์)
  5. ในกรณีที่ภาครัฐทั้งไทย และประเทศปลายทางมีข้อกำหนดในการกักตัว หรือ การตรวจหาเชื้อโควิด-19 ทุกประเภท ผู้เดินทางต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายส่วนนี้ด้วยตัวท่านเอง (ไม่รวมอยู่ในรายการทัวร์)
  6. อาหารบนเครื่องเป็นไปตามนโยบายของสายการบิน


วิธีจอง-สั่งซื้อ : เเพ็กเกจ*ราคาพิเศษ*

1. แอดไลน์ @Chillpainai : คลิกที่นี่ เพื่อสั่งซื้อเเพ็กเกจราคาพิเศษ
2. เเจ้งข้อมูลกับแอดมินดังนี้
– ชื่อเเพ็กเกจ
– ว/ด/ป เช็คอิน เเละ เช็คเอาท์
– จำนวนผู้เข้าพัก (ผู้ใหญ่กี่ท่าน, เด็กกี่ขวบ)

Vendor Information

  • Store Name: ChillTravel
  • Vendor: ChillTravel
  • Address: phaolyothin 5
    Bangkok
    กรุงเทพมหานคร
    10400
  • No ratings found yet!

Compare Listings

Title Price Status Type Area Purpose Bedrooms Bathrooms
X

Main Menu